การออกแบบระบบน้ำเพื่อการเกษตร/อุปกรณ์และการเชื่อมต่อท่อพีวีซี
วงบ่อซีเมนต์ที่ใช้ปลูกมะนาวนั้นตัววงบ่อซีเมนต์จะต้องแยกจากกันกับฝา และวางตัววงบ่อเทินอยู่บนฝาเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้แบบตัววงกับฝาติดกันเพราะจะมีปัญหาเรื่องระบายน้ำ
 
                        






สถิติผู้เยี่ยมชม
ขณะนี้ 24 คน
วันนี้ 904 คน
วานนี้ 1,026 คน
สัปดาห์นี้ 904 คน
เดือนนี้ 29,649 คน
ปีนี้ 705,672 คน
ทั้งหมด 5,953,693 คน
มากสุด: 14,874 คน (เมื่อ 30.07.2016)

สาระด่วนๆ

เคล็ดลับของสวนเรา
Update | | |สั่งซื้อกิ่งพันธุ์ได้ 3 ช่องทางคือ ทางโทรศัพท์: 086-202-2522 หรือทาง LINE ID: @tayrai หรือ ผ่านเว็บได้ที่นี่
Update  ขณะนี้กิ่งพันธุ์ที่ตอนไว้แล้ว ณ วันที่ 25/09/2017 มีจำนวน 3,332 กิ่ง ถูกจองไปแล้ว 358 กิ่ง สั่งจองได้ที่นี่
Update  กำหนดส่งกิ่งพันธุ์ให้ผู้สั่งซื้อครั้งต่อไปคือ วันที่ 20 กันยายน 2560 สั่งจองได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ มาแล้วสำหรับ หนังสือคู่มือชาวสวนมะนาว ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสวนมะนาวแป้นท้ายไร่ จ.พิจิตร กว่า 7 ปีในการรวบรวมเฝ้าสังเกต ทำการบันทึก บัดนี้ได้รวบรวมเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว โดยพิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม เหมาะแก่การศึกษาและเก็บสะสม โดยชุดนี้ตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สามารถคลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่   หรือท่านที่ชำระเงินแล้วตรวจสอบได้ที่นี่
แบ่งปัน :   
การออกแบบระบบน้ำเพื่อการเกษตร/อุปกรณ์และการเชื่อมต่อท่อพีวีซี (อ่าน 1,382)

ปัญหาหนึ่งของเกษตรกรหลายๆท่านคือการออกแบบระบบน้ำใช้ในทางการเกษตรทั้งนี้เนื่องจากระบบท่อน้ำนั้นมีอุปกรณ์ ท่อ ข้อต่อ ข้อลด วาล์วน้ำ และอีกมากมาย ทั้งมีขนาดหลากหลายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ในที่นี้เราจะแสดงถึงอุปกรณ์แต่ล่ะชนิดและลักษณะการใช้งาน

ท่อPVC

สำหรับชนิดของท่อการผลิตท่อสีฟ้า สีเทา และสีเหลืองที่ผลิตออกมาจะมีทั้งแบบปลายธรรมดา แบบปลายบานชนิดต่อด้วยน้ำยา และแบบปลายบานชนิดต่อด้วยแหวนยาง ท่อแบบปลายธรรมดาสีฟ้าที่ผลิตจะมีขนาดระบุตั้งแต่ 15 มิลลิเมตร (1/2 นิ้ว) ไปจนถึง 600 มิลลิเมตร (24 นิ้ว) ท่อสีเทาจะมีขนาดระบุตั้งแต่ 10 มิลลิเมตร (3/8 นิ้ว) ไปจนถึง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) สำหรับท่อสีเทารับความดันต่ำที่ผลิตจะมีขนาดระบุตั้งแต่ 8 มิลลิเมตร (1/4 นิ้ว) ไปจนถึง 125 มิลลิเมตร (5 นิ้ว) ซึ่งท่อชนิดนี้เครื่องหมายระบุชั้นคุณภาพที่ประทับอยู่บนท่อจะเป็นสีแดง

สำหรับท่อสีฟ้าและสีเทา ซึ่งใช้กับระบบท่อรับความดันและไม่รับความดัน จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นคุณภาพตามความสามารถในการรับความดันกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส (81 องศาฟาเรนไฮต์) ได้แก่ ชั้นคุณภาพ 5, 8.5 และ 13.5 ซึ่งเป็นค่าความดันใช้งาน มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ท่อสีเทาที่ใช้เป็นท่อในงานด้านเกษตรกรรม จะมีเฉพาะชั้นคุณภาพ 5 เท่านั้น สำหรับท่อสีเหลืองจะแบ่งออกตามความหนาเรียกว่า ประเภทที่ 1, 2, 3 โดย ประเภทที่ 1 จะมีความหนามากที่สุด ขณะที่ประเภทที่ 3 จะมีความหนาน้อยที่สุด

ท่อทุกแบบจะมีความยาวมาตรฐาน 4 เมตร (13 ฟุต) ยกเว้นท่อสีเหลืองจะมีทั้งขนาดยาว 4 เมตร (13 ฟุต) และ 6 เมตร (20 ฟุต) ส่วนท่อสีฟ้าชนิดต่อด้วยแหวนยางจะมีขนาดยาว 6 เมตร (20 ฟุต) สำหรับท่อแบบปลายบาน เนื่องจากเป็นการนำท่อปลายธรรมดามาบานที่ปลายท่อ จึงทำให้ความยาวของท่อแบบนี้จะสั้นกว่าความยาวมาตรฐานเพียงเล็กน้อย ท่อแบบนี้ที่ผลิตจะมีขนาดระบุตั้งแต่ 10 มิลลิเมตร (3/8 นิ้ว) ไปจนถึง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)

นอกจากการผลิตท่อที่ใช้กับงานทั่วไปดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ก็ยังมีการผลิตท่อกรองพีวีซี ซึ่งมีทั้งชนิดเซาะร่องแบบตรง (slotted screen pipe) และเซาะร่องแบบเกลียว (spiral slot screen pipe) สำหรับชนิดเซาะร่องแบบตรง จะมีขนาดระบุตั้งแต่ 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ไปจนถึง 300 มิลลิเมตร (12 นิ้ว) ส่วนชนิดเซาะร่องแบบเกลียว จะมีขนาดระบุตั้งแต่ 40 มิลลิเมตร (1 1/2 นิ้ว) ไปจนถึง 125 มิลลิเมตร (5 นิ้ว) ความยาวมาตรฐาน 4 เมตร (13 ฟุต)

สำหรับข้อต่อท่อที่ใช้กับท่อรับความดันทั้งสีฟ้าและสีเทาจะผลิตตามมาตรฐาน มอก. 1131-2535 ขณะที่ข้อต่อท่อที่ใช้กับท่อระบายน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจะผลิตตามมาตรฐาน มอก. 1410-2540 ข้อต่อท่อโดยทั่วไปจะผลิต 2 ชั้นคุณภาพ ได้แก่ ชั้นคุณภาพ 8.5 และ 13.5

ท่อพอลิไวนิลคลอไรด์หรือท่อพีวีซี ที่นิยมใช้กันมากที่สุดที่ผลิตในประเทศไทยตามมาตรฐาน มอก. 17-2532

มาตรฐานวัสดุท่อประปา อุปกรณ์ท่อ และส่วนประกอบท่อพีวีซี (Polyvinyl Chloride (PVC) Pipe)

มาตรฐานวัสดุท่อประปา อุปกรณ์ท่อ และส่วนประกอบท่อพีวีซี (Polyvinyl Chloride (PVC) Pipe)
ท่อพีวีซี (Polyvinyl Chloride (PVC) Pipe)
- คุณสมบัติทั่วไป
? สำหรับท่อประปาภายในอาคาร ให้ใช้ท่อพีวีซีแข็งแบบปลายธรรมดาชนิดปลายเรียบทั้งสองข้างหรือใช้แบบปลาย บาน และต้องเป็นท่อที่สามารถรับความดันน้ำได้ไม่น้อยกว่า1.35 เมกาปาสคาล (13.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียสและมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 17 ชั้นคุณภาพไม่ต่ำกว่า 13.5
? สำหรับท่อประปาภายนอกอาคาร ให้ใช้ท่อพีวีซีแข็งแบบปลายบานชนิดต่อด้วยแหวนยางสามารถรับความดันน้ำได้ไม่ น้อยกว่า 0.85 เมกาปาสกาล (8.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 17 ชั้นคุณภาพไม่ต่ำกว่า 8.5
? สำหรับท่อสุขาภิบาล ให้ใช้ท่อพีวีซีแข็งแบบปลายธรรมดาชนิดปลายเรียบทั้งสองข้างสามารถรับความดัน น้ำได้ไม่น้อยกว่า 0.85 เมกาปาสกาล (8.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 17 ชั้นคุณภาพไม่ต่ำกว่า 8.5
? สำหรับท่อประปาภายในอาคาร ให้ใช้ท่อพีวีซีแข็งแบบปลายธรรมดาชนิดปลายเรียบทั้งสองข้างหรือใช้แบบปลาย บานสามารถรับความดันน้ำได้ไม่น้อยกว่า1.35 เมกาปาสกาล (13.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.17 ชั้นคุณภาพไม่ต่ำกว่า 13.5

?การเชื่อมต่อที่ปลายท่อ? (End Connection) หมายถึงวิธีการเชื่ออมต่ออุปกรณ์ที่ปลายท่อนั้นๆ เช่น การใช้ข้อต่อแบบกัดร่องการใช้ข้อต่อเกลียว หรือการเชื่อม

คุณสมบัติของท่อพีวีซี ที่ใช้เป็นท่อประปา

1.มีความเหนียว ยืดหยุ่นตัวได้ ทนต่อแรงดันน้ำได้ดี

2.มีผิวมันเรียบช่วยให้การไหลของน้ำได้ดี มีน้ำหนักเบาและราคาถูก ติดตั้งง่าย ต้านทานการผุกร่อนได้ดี

3.ปราศจากชีวภัยอันเนื่องมาจากแบคทีเรีย มีอายุการใช้งานประมาณ 50 ปีใช้ได้กับน้ำธรรมดาอย่างเดียว (ใช้เป็นท่อน้ำร้อนไม่ได้) เปราะ แตกหักง่าย ไม่ทนทานต่อแรงกระแทก เสื่อมสภาพได้หากได้รับแสงอุลตร้าไวโอเลทที่มากับแดดเป็นเวลานาน                                                                                 

1.ท่อPVC แบบท่อปลายบาน

เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อเมนหลักในการส่งน้ำจากระยะไกลไปยังแปลงการเกษตร เนื่องจากไม่ต้องใช้ข้อต่อตรงในการต่อนอกจากหลีกเลี่ยงจุดเชื่อมต่อแล้วยังประหยัดเงินอีกด้วย หรือเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ใช้ท่อPVCขนาดต่างๆเป็นท่อเมน ท่อแยก และท่อจ่าย โดยใช้อุปกรณ์ร่วมกับชุดท่อPE  เช่นเดินท่อเมนPVCแล้วทำการใช้ ดอกสว่านเจาะรูเป็นจุดเชื่อมต่อกับระบบท่อPE เป็นต้น



2.ท่อPVC แบบปลายเรียบ
เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อแยกหรือท่อจ่ายน้ำในแปลงการเกษตร เนื่องจากส่วนมากแล้วจะใช้ขนาดไม่เกิน2นิ้ว ท่อปลายเรียบมักใช้ต่อร่วมกับอุปกรณ์ในระบบน้ำต่างๆ ข้อต่อลด สามทางเชื่อม สามทางลด เป็นต้น มักพบเห็นได้ในแปลงเกษตรที่ใช้ต่อร่วมกับระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ในแปลงผัก


















































การต่อท่อน้ำประปาด้วยพลาสติกพีวีซี ปัจจุบันแทบพูดได้ว่าเป็นวัสดุที่สามารถซื้อ หารวมทั้งมีการตัดต่อง่าย ไม่ยุ่งยากและสะดวกที่สุด อีกทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ก็มีไม่มาก บางครั้งมีแค่เลื่อย กระดาษทรายก็ใช้ได้ แต่ ทังนี้การใช้เครื่องมือ อุปกรณ์และวิธีปฏิบัติที่ถูก ต้องตามข้อแนะนำของบริษัทผู้ผลิต ย่อมได้ผลดีต่องานมากกว่า ปกติการต่อท่อPVCมีอยู่หลายวิธี ส่วนการต่อด้วยการใช้กาวซีเมนต์หรือน้ำยาซีเมนต์ ขึ้นอยู่กับชนิดของท่อพลาสติก สำหรับท่อPVCหรือซีพีวีซี จะใช้น้ำยาประสานท่อที่ทำให้ละลายใน TETRAHYDROFURAN น้ำยามีทั้งชนิดธรรมดาและชนิดข้น บรรจุในกระป๋องขนาดบรรจุ 100 กรัม, 250 กรัม, 500 กรัม, 1,000 กรัม    ชนิดกระป๋องแบบมีแปรงในตัวมี 2 ขนาดชนิด 500 กรัม และ 1,000 กรัม มีคุณสมบัติสามารถละลายเนื้อท่อและข้อต่อให้หลอมอัดประสานสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงระเหยแห้งไป ไม่มีสารพิษ หรือโลหะหนักต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพปนเปื้อนออกมาภายหลังการนำไปใช้งาน และไม่ทำให้น้ำมีกลิ่น สี รส คุณภาพผิดแผกไปจากเดิม ในกรณีที่ท่อหรือข้อต่อเปรอะเปื้อนคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่น ซึ่งไม่สามารถเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่จะ เชื่อมประสานได้หมด ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดท่อพีวีซีแข็ง ทำความสะอาดเสียก่อน มิฉะนั้นน้ำยาประสานท่อที่ทาไว้จะไม่สามารถละลายผิวของท่อหรือข้อต่อ เป็นสาเหตุให้เกิดการรั่วซึมภายหลัง ขั้นตอนการต่อท่อน้ำ

เทปพันเกลียว


เทปพันเกลียว ชนิดเป็นม้วน เป็นแถบบางๆ เพื่อใช้ในการพันเกลียว ก่อนการขันเกลียวในเวลาทำการต่อข้อต่อเกลียวใน พี.วี.ซี. ข้อต่อทองเหลือง และข้อต่ออื่นๆได้ทุกชนิด เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำประปา คุณสมบัติพิเศษของเทปพันเกลียวคือ ขาวเหนียว ทนทานต่อแรงดึง และแรงดันต่างๆ ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ทำด้วยพลาสติก หรือ พี.วี.ซี. ม้วนทับกันเป็นวงกลม และมีความเหนียวไม่ขาดง่าย แถบกว้างไม่ต่ำกว่า 12 มิลลิเมตร หนาไม่ต่ำกว่า 0.075 มิลลิเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 10 เมตร หรือตามความต้องการใช้งานของแต่ละหน่วยงาน

- พันมากเกินไป ถ้าเกลียวที่ท่อไม่เป็นชนิดที่เสริมโลหะ อาจจะแน่นเกิน จน เบ่ง ให้แตกได้ อาจแตกเลยทันทีหรือร้าวแล้วแยกออกทีหลังก็ได้ น้อยเกินไปก็ เอาไม่อยู่  แต่จะพันกี่รอบ ขึ้นอยู่กับความหนาของเทปที่ใช้ กับแรงดันในระบบที่ต่อ รวมถึงสภาพของเกลียว ความเรียบ ความฟิต ใช้วิธี เริ่มที่ 10-15 รอบ แล้วหมุนเกลียวเข้าไปซักครึ่งหนึ่ง สังเกตน้ำหนักตอนหมุน ถ้าหลวมไป ก็จะคลายออกมาพันเพิ่มอีก แต่แค่ไหนพอดี ต้องลองเอง ประสบการณ์จะบอกได้
- ให้พันเทป ในทิศทางตรงข้าม สวนทาง กับการหมุนเกลียวเข้าเท่านั้น
-  ก่อนที่จะทากาวต่อข้อต่อตรง เกลียวใน ถ้าจะใช้ต่อกับก็อกน้ำ วาล์วน้ำ   ที่จำเป็นต้องเอามือหมุนไว้ด้านบน ให้เอาก็อกน้ำนั้น ไม่ต้องพันเทปที่เกลียว เอามาสวมเกลียวข้อต่อนั้น หมุนเข้าไปจนตึงมือ แล้วทำเครื่องหมาย เผื่อให้เลยตำแหน่งมือหมุนก็อกไปซัก 30-40 องศา  คือจุดที่อยู่ด้านบน ตอนประกอบจริง
- พันเทปอย่าให้เลยปลายเกลียวออกไป และต้องให้คลุมระยะที่เกลียวเข้าได้สุด 
- ถ้า เกลียวยาวมาก เน้นเที่ยว หรือ รอบสุดท้าย ให้พัน จากด้านโคนเกลียว วนมาหา ปลายสุด

ประปาด้วยท่อPVC มีวิธีปฏิบัติดังนี้

1. การเตรียมวัสดุและเครื่องมือมี ท่อPVCข้อต่อ ข้องอ เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตัดต่อท่อ ได้แก่ เลื่อยฟันละเอียด เช่น เลื่อยตัดเหล็ก กรรไกรตัดท่อ ฉากเหล็ก เทปวัดระยะ บรรทัดเหล็ก ปากกา หรือดินสอ ตะไบฟันละเอียด หรือกระดาษทรายน้ำ น้ำยาประสานท่อ แปรงทาน้ำยา ผ้าสำหรับเช็ด ทำความสะอาด หากต้องการยึดเส้นท่อติดกับผนังก่ออิฐ ผนังคอนกรีต จำเป็นต้องมีสว่านเจาะคอนกรีต ไฟฟ้า พุกพลาสติก ตะปูเกลียว ไขควง เพื่อยึดเข็มขัดรัดท่อ

2. วัดระยะทำเครื่องหมายที่ผิวท่อตามความต้องการ โดยอาจใช้ปากกาเขียนบนจุดที่จะตัดรอบท่อ ใช้เลื่อย ฟันละเอียด ตัดท่อให้รอยตัดตั้งฉากกับแกนท่อ หรือหมุนท่อให้รอยตัดตรงตามเส้นที่เขียนไว้

3. ใช้ตะไบฟันละเอียดขัดแต่งรอยตัดให้ตรงและเรียบ ลบมุมแต่งปลายท่อPVCเพื่อสะดวกในการสอดเข้ากับข้อต่อ

4. ทำความสะอาดภายในข้อต่อท่อและภายนอกท่อด้วยผ้าธรรมดา หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็ดในกรณีที่ เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำมัน

5. วัดความลึกของข้อต่อ ข้องอ ด้านที่จะทำการต่อท่อเท่านั้น ด้วยบรรทัดเหล็กและนำความยาวที่วัดได้มาทำ เครื่องหมายไว้ที่ผิวของท่อส่วนปลายด้านที่จะต่อ เพื่อจะได้ทราบพื้นที่ส่วนที่จะทาน้ำยา และบอกถึงตำแหน่ง ความลึกของข้อต่อ ข้องอ เมื่อสวมต่อแล้วต้องดันให้ปลายข้อต่อ ข้องอเสมอแนวเครื่องหมายนี้

6. ทาน้ำยาประสานท่อPVC ด้วยแปรงที่เตรียมไว้ โดยทาที่ผิวด้านในของข้อต่อ ด้านที่จะต่อก่อนจากนั้นจึงทาผิว ภายนอกท่อด้านที่จะต่อตั้งแต่ปลายท่อจนถึงเส้นที่ทำเครื่องหมายไว้ ทาบางๆ อย่างสม่ำเสมอ การทาน้ำยา มากไปจะไม่เกิดประโยชน์ เพราะเมื่อเวลาดันท่อสวมกับข้อต่อ น้ำยาจะถูกดันออกภายนอก หรืออาจล้นอยู่ภายใน เมื่อต่อท่อเสร็จ อาจแห้งแข็งตัวกลายเป็นตัวกั้นทางเดินน้ำทำให้ไหลไม่สะดวก

7. ทาน้ำยาที่ผิวภายนอกรอบ ๆ จากปลายท่อจนถึงเส้นที่ทำเครื่องหมายไว้บาง ๆ อย่างสม่ำเสมอจนทั่ว

 8. สวมท่อPVCเข้ากับข้อต่อโดยเร็ว กดและบิดเล็กน้อย จนถึงขีดที่ทำเครื่องหมายไว้ จากนั้นให้จับท่อและข้อต่อไว้นิ่ง ๆ ประมาณ 20-30 วินาที น้ำยาจะค่อย ๆ เคลือบแข็งตัว

9. เช็ดน้ำยาประสานท่อส่วนที่เกินอยู่ภายนอกออก โดยไม่ให้กระเทือนรอยต่อ

10. วางท่อที่ตัดต่อแล้วไว้นิ่ง ๆ สักระยะหนึ่งจึงต่อท่อในจุดอื่นต่อไป โดยทั่วไปควรทิ้งท่อที่เชื่อมต่อเสร็จอย่างน้อย24 ชั่วโมง ก่อนใช้งานหรือทำการทดสอบแรงดันน้ำ ในการต่อท่อแต่ละครั้ง ควรตรวจสอบสถานที่และขอบเขตของงานเสียก่อน เพื่อคำนวณวัสดุอุปกรณ์ประมาณการว่าจะใช้ท่อจำนวนกี่เส้น, ข้อต่อ, ข้องอ, สามทาง หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จำนวนเท่าใด ขอฝากข้อคิดสักนิดว่าควรซื้อเผื่อให้มากกว่าจำนวนที่จะใช้จริง เพราะหากผิดพลาดไป หรือหากทำเพิ่มเติมกว่าที่คิดไว้จะได้ไม่เสียเวลาต้องขับรถไปซื้อ เพราะถึงจะใช้ไม่หมดสามารถเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้

Tags : ระะบบน้ำ  เทปพันเกลียว  ท่อPVC  ข้อต่อ  ข้องงอ         
โดย. webmaster [2017-06-09]
แสดงความเห็น
    เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    แนวทางการวางระบบน้ำในสวนมะนาวแบบปลูกลงในวงบ่อซีเมนต์(อ่าน 50,173)
    แนวทางการวางระบบน้ำในสวนมะนาวแบบปลูกลงดิน(อ่าน 39,870)
    อุปกรณ์ช่วยในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมะนาวแบบ 2 in 1(อ่าน 22,336)
    ท่อพีวีซี(อ่าน 22,090)
    แอร์แว ระบบสูบน้ำพลังสูง เทคโนโลยีชาวบ้าน(อ่าน 104,235)

ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ, ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาทผู้อื่น, ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง, ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย, ไม่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าหรือบริการ
ชื่อของคุณ
รายละเอียด
รหัสCaptcha Image Reload Image
ป้อนรหัส
 

 
Live Chat